เน้นซื้อ ไม่เน้นอ่าน ชวนรู้จัก ‘Tsundoku’ ศิลปะแห่งการดองหนังสือที่แค่ได้ซื้อก็รู้สึกดี
ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจลิสต์รายชื่อหนังสือที่ต้องการ เพื่อบุกงานหนังสือฯ เติมสต๊อกหนังสือใหม่เข้ากองดอง แต่เมื่อหันกลับมามอง เฮ้ย ที่ซื้อมาก่อนยังไม่ได้อ่าน
เพราะการ ‘สังเกต’
เป็นอะไรที่มากกว่าแค่ ‘มองเห็น’
หากเราเอ่ยถึง
‘ไอศกรีมรสช็อกโกแลตมินต์’
‘ฤดูฝน’
‘คนรัก’
สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณรู้สึกแบบไหน?
ชอบ
ไม่ชอบ
หรือว่าเฉยๆ
ไม่แปลกอะไรถ้าเราจะรู้สึกแบบใดแบบหนึ่งกับคำเหล่านี้ เพราะสมองของมนุษย์มีระบบอัตโนมัติที่คอยจัดหมวดหมู่ประสบการณ์ต่างๆ ที่พบเจอ แบ่งคร่าวๆ ตามความรู้สึกว่า ชอบ ไม่ชอบ หรือเฉยๆ
และปฏิกิริยาของเราที่มีต่อแต่ละความรู้สึกก็คือ
วิ่งไล่ตามสิ่งที่ทำให้มีความสุข
หลีกหนีจากสิ่งที่ทำให้ทุกข์
และเมินเฉยต่อสิ่งไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรนัก
แน่นอนว่าแม้จะเป็นของสิ่งเดียวกัน ทุกคนก็มีความรู้สึกต่างกันออกไป
อย่างบางคนชอบกินไอศกรีมมินต์ช็อก และบางคนไม่ชอบ
การจัดหมวดหมู่แบบนี้มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจแทบทุกอย่างตลอดชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเรียนในสายที่ชอบ การปฏิเสธงานที่ไม่ถูกใจ หรือการคบหากับใครสักคน
แต่บางครั้งการจัดหมวดหมู่เช่นนี้ก็ทำให้ชีวิตลำบาก เช่น อย่างเวลาที่ความรู้สึกของเปลี่ยนไป จากชอบกลายเป็นไม่ชอบ หรือ จากไม่ชอบกลายเป็นชอบ เราก็มักจะรู้สึกว่ามันยอมรับได้ยาก เพราะว่าลึกๆ แล้วยังยึดติดกับหมวดหมู่ที่สมองจัดเอาไว้
หรือเมื่อไม่สามารถวิ่งหนีสิ่งที่ไม่ชอบ และไล่ตามสิ่งที่ชอบได้
เราก็จะรู้สึกอึดอัดใจมากๆ เช่นเดียวกัน
และบางทีเราก็แอบคาดหวังกับความรู้สึกจนผิดหวังในตัวเองอยู่บ่อยๆ เช่น ทำไมเราไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์นะ ถ้าชอบก็คงได้ทำอาชีพที่รายได้สูงกว่านี้ หรือ ทำไมเราต้องชอบสีชมพูนะ ทั้งที่นิสัยเรามันดูไม่ค่อยเข้ากับสีนี้เลย
อาจจะฟังดูตลกถ้าพูดว่า เมื่อมันเริ่มทำให้เรามี ‘ความทุกข์’ เราก็เลยอยากจะวิ่งหนีจากมัน
แต่ไม่ว่าจะพยายามหนียังไงก็หยุดคิดไม่ได้ นั่นก็เพราะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราควบคุมได้
เมื่อพยายามไม่คิด ก็ยิ่งเป็นการคิดถึงมันมากขึ้นไปอีก
เกริ่นมาเสียยาว แต่สิ่งที่เราอยากจะแนะนำจริงๆ คือวิธีแก้
ตอนนี้แหละที่ การสังเกตแบบไม่ตัดสิน (Non-Judgemental Observation) เข้ามามีบทบาท
“เพราะสิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การหยุดคิด
แต่คือการรับรู้ว่ามีความคิดนั้นเกิดขึ้น
และยอมปล่อยมันไปต่างหาก”
เมื่อรู้ตัวว่าเรากำลังมีความคิดหรือความรู้สึกที่เราอยากเลี่ยงเกิดขึ้น อาจจะลองทำตามขั้นตอนดังนี้ดู
การฝึกกระบวนการคิดแบบไม่ตัดสินนี้ อาจเป็นการฝืนธรรมชาติที่ชอบตัดสินของมนุษย์ไปสักหน่อย แต่รับรองว่าไม่ยากเกินไป และจะช่วยทำให้เราเป็นอิสระจากการคิดมาก
และสามารถมองโลกในมุมบวกได้มากขึ้น ใครอ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นคล้ายๆ แบบนี้
ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดูนะ
เพราะกระบวนการเฝ้าสังเกตสภาวะต่างๆ อย่างเป็น ‘ผู้สังเกต’ ทั้งร่างกาย-ความคิด-ความรู้สึกใดๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละชั่วขณะนั้นยังให้เรารู้เท่าทันภาวะการปรุงแต่ง และเพื่อไม่ให้ชุดความเชื่อบางประการ อคติ การติดกรอบ หรือการตัดสินใดๆ เหล่านั้นมาครอบงำจนเราเคยชิน
เราเลยอยากจะลองชวนให้ทุกคนสังเกตอย่างเข้าถึงใจและไม่ใคร่ตัดสินอยู่บ่อยๆ
เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับปัจจุบันขณะให้ได้มากที่สุด และมีความสุขที่สุดในการอยู่กับปัจจุบันขณะ
Writer | นานาใดๆ
Illustrator | Arunnoon
ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจลิสต์รายชื่อหนังสือที่ต้องการ เพื่อบุกงานหนังสือฯ เติมสต๊อกหนังสือใหม่เข้ากองดอง แต่เมื่อหันกลับมามอง เฮ้ย ที่ซื้อมาก่อนยังไม่ได้อ่าน
สวัสดีเขียดผู้มีแกกทุกท่าน เชื่อว่า ‘จิตตุงแป่ง’ น่าจะเป็นคำที่หลายคนได้ยินอย่างหนาหูในช่วงเดือนที่ผ่านมา...
คินสึงิ ชวนให้เรามองถึงการเยียวยา กอบกู้คุณค่าของตนเอง และเติบโตผ่านบาดแผลแม้ในวันที่แตกสลาย ขณะที่วาบิ-ซาบิ ชวนให้เราโอบรับตัวตนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น แม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็งดงาม และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร